Saturday, April 7, 2012

ปัญญาจากการมองย้อนอดีต


Picture

คน อื่นไม่มีวันต้องมารับผิดชอบด้วย เพียงแค่ลองเฝ้าสังเกตดู ถ้าคุณเริ่มเป็นผู้มีปัญญาขึ้นมาในชั่วขณะนั้นแล้ว คงไม่มีปัญหาใดๆเกิดขึ้น

แต่ทุกคนเริ่มเกิดปัญญาขึ้นเมื่อชั่วขณะนั้นล่วงผ่านไปแล้ว 
ปัญญาที่ได้จาการมองย้อนอดิตเป็นสิ่งไร้ค่า

เมื่อ คุณได้โต้เถียงอย่างดุเดือด ดุว่า และพรำบ่นออกไป ครั้นแล้วคุณก็เริ่มเกิดปัญญและเห็นว่าการทำเช่นนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ก็สายเกินไป นั่นไร้ความหมาย เพราะได้ทำร้ายจิตใจผู้อื่นไปแล้ว ปัญญาเช่นนั้นเป็นเพียงปัญญาเทียม ซึ่งทำให้คุณรู้สึก  "ประหนึ่่งว่า" คุณเข้าใจแล้ว นั่นคือกลลวงของอัตตา ปัญญา เช่นนี้จะไม่ช่วยอะไรเลย เมื่อคุณกำลังทำสิ่งต่่างๆ อยู่ ความรู้ถ้วนทั่วควรเกิดขึ้นพร้อมๆ กันไปในชั่วขณะนั้นเลยทีเดียว แล้วคุณควรจะเข้าใจได้ในทันทีว่า คุณกำลังทำในสิ่งซึ่งไร้ประโยชน์
หาก คุณเข้าใจผลของการกระทำในขณะนั้นได้แล้ว คุณก็ไม่อาจที่จะทำม้นลงไปได้ เราไม่สามรถคัดง้างกับการรับรู้ของเราได้ และถ้าเราไปต่อต้านมัน การรู้ตัวเช่นนั้นก็ไม่ใช่การรับรู้  แต่มีสิ่งอื่นที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในเรื่องนั้น

              ดังนั้น จงระลึกไว้ว่า คนอื่นไม่มีวันต้องมารับผิดชอบในเรื่องๆใดๆ ด้วย  ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นคือสิ่งที่คุกรุ่นอยู่ภายในใจคุณ  และแน่นอนว่าคนที่คุณรักเป็นผู้ใกล้ชิดที่สุดที่ไดรับผลกระทบ  คุณไม่สามารถโยนปัญหานั้นเข้าใส่คนแปลกหน้าบางคนที่ผ่านไปมาตามท้องถนนได้ ดังนั้นบุคคลที่ใกล้ชิดกับคุณที่สุดจึงกลายเป็้นแหล่งที่ซึ่งคุณรดราดและสาด ใส่เรืองไร้สาระของคุณลงไป แต่นั่นเป็นเรื่องที่ต้องหลีกเลี่ยง  เพราะควมรักเป็นเรื่องเปราะบางมาก  ถ้าคุณทำเช่นนั้นมากเกินไป ถ้าคุณทำเช่นนั้นบ่อยเกินไป ความรักอาจมลายหายไป          

            คนอื่นไม่มีวันต้องมารับผิดชอบด้วย พยายามทำให้ถ้อยคำแห่งการรับรู้อันล้นเหลือนี้ฝังอยู่ในใจคุณ  ทุกครั้งที่คุณเริ่มหาข้อผิดพลาดบางอย่างจากคนอื่น จำคำนี้ไว้ให้ดี  จับตัวคุณเองให้ได้คาหนังคาเขา และปล่อยความคิดนั้นทิ้งไว้ที่นั่น  ณ ชั่วขณะนั้น แล้วกล่าวคำขอโทษ 



No comments:

Post a Comment